|
ในช่วงนี้ของปีจะไม่ค่อยมีแสงอาทิตย์
และวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นอย่างชัดเจนก็มองแทบจะไม่เห็นดวงอาทิตย์ที่ขึ้นพ้นเหนือภูเขา
และก็จะเริ่มตกตอนบ่ายสองโมงเย็น
นั่นเป็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างฤดูร้อนและฤดูหนาว
เมื่อตกอยู่ในความมืดก็อยากให้มีแสงสว่าง แต่ที่ไหนล่ะ
ที่จะมีแสงให้พวกเราได้เห็นตลอดเวลา เหมือนชีวิตมีมืดก็ย่อมมีสว่าง
อย่างไรก็ตามสีขาวของหิมะก็ช่วยเราได้
ฉันยังจำปีนั้นได้ดี
มันเกิดขึ้นใน ปี 1957 ตอนนั้นฉันอายุได้แค่ 8
ขวบ มันเป็นปีของ
sputnik1 ซึ่ง sputnik1
เป็นดาวเทียมดวงแรกที่ถูกส่งออกไปสู่อวกาศนอกโลก
เช่นเดียวกันฉันจำได้ว่าพวกเราชอบแกล้งคุณครูท่านหนึ่งที่หัวล้านและท่านชอบอารมณ์เสียอยู่เป็นประจำ
พวกนักเรียนที่ขี้เล่นมักจะพูดเกี่ยวกับเขาอย่างลับลับ
เหมือนพูดเรื่องดาวเทียม sputnik1 ที่คนมักพูดถึงบ่อยๆ
ฉันจำได้ว่าช่วงที่เดินทางกลับจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้านฉันต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุดถึง
หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ไม่ว่าวันนี้ มีหิมะหรือไม่มีหิมะตก
อากาศไม่ได้มีผลอะไรเลย ยังไงโรงเรียนของฉันยังคงเปิดตลอดเวลา
อากาศไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายใช่มั๊ย เราก็แค่สวมเสื้อผ้าให้พอดีก็แล้วกัน
ฉันเลยแวะไปบ้านเพื่อน
จากนั้นก็เดินกลับบ้านคนเดียว
ทันใดนั้นท้องฟ้าก็เหมือนมีแสงไฟเกือบจะทุกสีเท่าที่จะนึกขึ้นได้
มีคลื่นม้วนตัวไปมาเหนือท้องฟ้าและ
ฉันสามารถมองเห็นการม้วนตัวมันเป็นสีฟ้า,สีเขียว,สีแดงและมีสีอื่นๆ
อีกมากมาย
และฉันรู้สึกว่าในอากาศมีกระแสไฟฟ้าคงที่สถิตอยู่ทันทีทันใดนั้นมีการพ่นออกของสีต่างๆ
ทำให้ฉันถึงกับตกตะลึงตัวแข็งทื่อ
หลังจากนั้นฉันได้ยินเสียงแม่ของฉันเรียกชื่อฉันมาแต่ไกล ไกล ว่า
เธออยู่ที่ไหนถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว...
ฉันวิ่งกลับไปและบอกเธอเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตื่นเต้น แต่
แม่ของฉันแค่พูดอย่างเรียบเรียบว่า มันเป็นแสงไฟที่มาจากทางทิศเหนือ
เธอไม่เคยเห็นมันมาก่อนใช่ไหม
จากนั้นฉันก็นั่งลงเพื่อรับประทานอาหารเย็น
หลายปีผ่านไปหลังจากวันที่ฉันได้พบกับแสงไฟที่มาจากทางทิศเหนือครั้งแรกนั้น
แสงนั้น เรียกว่า aurora borealis ซึ่งเป็น
ชื่อที่ใช้เรียกอย่างเป็นทางการ
แต่กว่าที่ฉันจะได้พบความแตกต่างของแสงไฟในชีวิตของฉัน
ฉันก็มีอายุเกือบจะ 50 ปีแล้ว
เวลาหลายปีที่ผ่านมาฉันพอใจกันการเขียนหนังสือเสมอ
แต่ตอนนี้หลังจากที่ฉันได้รับกำลังใจ แรงกระตุ้นจากเพื่อนๆ และ จูดี้
ภรรยาของฉัน ฉันก็ได้เริ่มเขียนหนังสือแบบเต็มเวลา ฉันบอกเพื่อนๆ
ของฉันเสมอว่าฉันใช้เวลา 50 ปีที่ผ่านมาเพื่อเรียนรู้
แต่ตอนนี้ฉันต้องการจะใช้ชีวิตต่อไป อีก 50 ปีข้างหน้า
เพื่อการเขียนหนังสือ
 |
ฉันมีหนังสือที่จะออกเร็ว
ๆ นี้ 3 เล่ม
| |
"ก่อนพระอาทิตย์จะตก" |
| |
|
เป็นนวนิยายเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์,
เป็นเรื่องลักษณะเฉพาะของ โจ , เกษตรกร ที่แม่น้ำมิซซิสซิปปี้ |
| |
"และแล้วตอนเช้าก็มาถึง" |
| |
|
เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งพิการ |
| |
“เกาะในฝัน
สวรรค์ ฮาวาย" |
| |
|
เป็นเรื่องราวความรักของหญิงสาวที่เกาะฮาวาย |
|
ฉันสนุกกับการเขียนหนังสือทำงานร่วมกันกับผู้คน
ฉันชอบที่จะคัดสรรความเห็นของพวกเขาที่มีเกี่ยวกับทุกทุกสิ่ง
ทั้งด้านความคิด ความรู้สึก และ
ถ่ายโอนสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นกำลังใจไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามในสิ่งที่ฉันเขียน
พวกเราทุกคนมีความฝัน และฉันก็พอใจกับการติดตามความฝันเหล่านั้น
ดังนั้นฉันไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนหรือไปทางใด ทั้งหมดที่ฉันรู้ดี คือ
มันเป็นการเดินทางที่ตื่นเต้นและยาวไกล
ฉันสนุกกับการได้ทำงานร่วมกับ
คิม อย่างแท้จริง เธอเป็นคนง่ายๆ เธอจริงใจ และ ใส่ใจ
เธอไม่ได้เป็นแค่ผู้หญิงที่สวยและอายุยังน้อยเท่านั้น
แต่เธอมีสิ่งที่สวยงาม โดยเฉพาะจากภายใน
ทำให้เธอสดใสมันทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีในสิ่งที่เธอคิด
ในสิ่งที่เธอทำ ถ้าคุณรักฮาวาย หรือเรื่องเกี่ยวกับความรักและความโรแมนติค
หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรู้ถึงความสำคัญของความมหัศจรรย์อย่างมากมาย
ทุกที่ ที่คุณอยู่ สวรรค์อยู่ในตัวคุณ ใจของคุณ ค้นพบตัวคุณได้ใน
เกาะในฝัน
สวรรค์ ฮาวาย…
Bjorn
O. Wastvedt
|